Taking too long? Close loading screen.
     รองเท้าส้นสูงเป็นหนึ่งในไอเท็มที่เพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ และยังเป็นแฟชั่นที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่ารองเท้าส้นสูงจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่สาวๆ แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลาย ท่าน ที่ออกมาให้คำแนะนำว่า การใส่ส้นสูงนานๆ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว      แต่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นรองเท้าส้นสูงกลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ของเหล่านางแบบ ยิ่งในปัจจุบันการเสพสื่อบันเทิงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย จะเห็นว่าไม่ได้มีแค่นางแบบเท่านั้นที่นิยมใส่รองเท้าส้นสูง แต่ยังรวมไปถึงเหล่านักแสดงและดังที่ต่างพร้อมใจกันใส่ส้นสูงแหลมปรี้ด ซึ่งเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายเป็นอย่างมากทีเดียว      โดยอันตรายจากส้นสูงไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ที่สวมใส่รู้สึกปวดเมื่อยเวลาที่สวมเป็นเวลานานๆ เท่านั้น แต่การใส่ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ยังก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ ได้แก่ 1.กระดูกสันหลัง ที่ต้องรับแรงกระแทกจากการเดินที่มากขึ้น 2.สะโพก ที่ต้องทำงานเพิ่มึ้นในบริเวณสะโพกด้านนอกและเส้นเอ็นบริเวณสะโพก จึงทำให้เกิดอาการปวดสะโพก 3.เข่า การใส่ส้นสูงบ่อยๆ จะทำให้เกิดแรงดันบริเวณหัวเข่าด้านใน ส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร 4.น่อง เมื่อใส่ส้นสูง จะทำให้เกิดการเกร็งบริเวณน่องในขณะที่เดิน อาจทำให้เกิดโรคเส้นเลือดขอด 5.ข้อเท้า การสวมใส่รองเท้าม้นสูง มีผลให้ข้อเท้างอไปด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้ข้อเท้าต้องรับน้ำหนักตัวมากขึ้นกว่าปกติ 6.เท้า มีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกเวลาเดิน แต่เวลาที่ใส่รองเท้าส้นสูง เท้าจะไม่สามารถดูดซับแรงได้เต็มที่เพราะน้ำหนักจะลงไปอยู่ที่บริเวณปลายเท้าทั้งหมด ซึ่งหากใส่รองเท้าส้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจทำให้กระดูกปลายเท้าผิดรูป       ถึงแม้การใส่ส้นสูงจะเป็นอันตรายแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าบางอาชีพก็มีความจำเป็นที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูง เช่น นางแบบ นักแสดง หรือพริตตี้ หรือสาวๆ บางคนที่จำเป็นต้องใส่ออกงานจึงควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรามีข้อแนะนำดังนี้ 1.เลือกรองเท้าที่พอดีกับขนาดเท้า 2.เลือกรองเท้าส้นสูง ที่ไม่สูงมากเกินไป เช่น สูงแค่ประมาณ 1 นิ้ว หรือ ½ นิ้ว 3.ไม่ควรใส่เป็นเวลานานๆ...
การเม้าท์มอยเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กับมนุษย์มายาวนานหลายล้านปี เริ่มตั้งแต่ยุคหินที่มนุษย์เราพยายามจะสลักบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ลงบนแผ่นหินหรือฝาผนังถ้ำ
จะกินสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องบินไปต่างประเทศแล้วนะ สตรอว์เบอร์รีเป็นของโปรดของใครหลายคน โดยเฉพาะสตอว์เบอรี่ลูกโตหวานฉ่ำ ซึ่งสตรอว์เบอร์รีเป็นพืชฤดูหนาวที่ส่วนมากนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูง
ขึ้นชื่อว่า “สิว” แล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ขึ้นบริเวณใบหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถึงแม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องเจอก็ตาม แต่ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว ก็ทำให้สูญเสียความมั่นใจ หรือที่หนักไปกว่านั้น อาจทำให้กลัวการเข้าสังคมไปเลยก็ได้  สิวอาจไม่ได้ขึ้นแค่บริเวณใบหน้าเพียงอย่างเดียว บริเวณแผ่นหลังก็สามารถเกิดขึ้น และส่งผลต่อความมั่นใจได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่เกิดสิวที่แผ่นหลังนั้นก็มาจากหลายๆปัจจัย เช่น เกิดจากเหงื่อที่สะสมตามร่างกาย เช็ดตัวไม่แห้ง ผ้าปูที่นอนไม่สะอาด หรืออาจเกิดจากยาสระผม เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้เอง ที่ทำให้เกิดสิวที่หลังขึ้น  แต่หลายคนไม่ต้องวิตกกังวลไปว่าจะรักษาไม่หาย โดยเฉพาะสาวๆบางคน ที่ชื่นชอบในการแต่งตัว หรือใส่เสื้อที่อวดแผ่นหลัง ที่อาจจะหมดความมั่นใจในการแต่งตัว เพราะวันนี้เลย เรามีวิธีรักษาสิวที่แผ่นหลังแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก จะมีวิธีอะไรกันบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย 1. อาบน้ำให้สะอาด  ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เนื่องจากบางคน เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วมักจะเช็ดตัวไม่แห้ง พฤติกรรมนี้เอง จะส่งผลทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย และเกิดสิวที่หลังตามมาได้ ดังนั้น หลังจากอาบน้ำเสร็จ ควรเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้งที่อาบน้ำ เพื่อลดการเกิดปัญหาสิว 2. ห้ามใส่เสื้อผ้าซ้ำอย่างเด็ดขาด หลายคนมักติดนิสัยใส่เสื้อซ้ำๆ ติดต่อกันหลายวัน สาเหตุก็มาจาก ไม่มีเวลาซักบ้าง ขี้เกียดซักบ้าง เป็นต้น ซึ่งในแต่ละวัน เราต้องผ่านการทำกิจกรรมต่างๆมากมาย อาจก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียได้ สาเหตุเหล่านี้เอง ทำให้เกิดสิวตามมา ยิ่งไปกว่านั้น หากทำเช่นนี้เป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ 3. ขัดตัวบ้าง ก็ช่วยได้ไม่น้อย ในทีนี้สามารถหาสมุนไพรบ้านๆ...
  ช่วงเวลาตื่นนอนของใครหลายๆ คน คงจะเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนละทวยสุดๆ จนไม่อยากจะลุกจากเตียงกันอย่างแน่นอนจนอาจจะกลับไปนอนต่อ หรือบางคนต้องตื่นเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่ความเป็นจริงอากาศยามเช้า น่าจะเรียกพลังให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าซะหน่อย ด้วยการออกกำลังกายเบาๆ โดยจะยกตัวอย่างจากเว็บ darebee มาให้ลองเพื่อความพร้อมในตลอดวันการทำงานของเรากันครับ   มาดูท่าออกกำลังกายยามเช้ากัน กระโดดตบ 20 ครั้ง สควอท 20 ครั้ง วิดพื้น 10 ครั้ง Plank 30 วินาที ทำให้ครบทุกท่า โดยไม่ต้องหักโหมแต่อยากจะแนะนำให้ทำทุกท่าให้เร็ว และต่อเนื่อง ยกเว้นท่า Plank แล้วถ้าหากเป็นไปได้ ควรจะทำเป็นประจำทุกวัน อาจจะพักบ้าง สัปดาห์ละ 1-2 วัน ทั้งนี้นอกจาจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กล้ามเนื้อแล้ว ยังได้ในเรื่องเผาผลาญอีกด้วย   วีดีโอแนะนำแต่ละท่า 1.กระโดดตบ 2.สควอท 3.วิดพื้น 4.plank ภาพและข้อมูลจาก : darebee

Most popular

Recent posts